• Bhophidem
  • Provider
    • Handouts* >
      • Infographic
  • Field Epidem
    • Dengue
    • COVID-19
    • ID in Hospital
    • *CD situation*
  • ICS100
  • Sanitation
  • Chronic disease
  • Heat Injury
  • *Army*
    • Task Force*
    • RTA Vaccine*
  • Health Threat
  • WEB Link
BHOPHKRIT Epidem
  • Bhophidem
  • Provider
    • Handouts* >
      • Infographic
  • Field Epidem
    • Dengue
    • COVID-19
    • ID in Hospital
    • *CD situation*
  • ICS100
  • Sanitation
  • Chronic disease
  • Heat Injury
  • *Army*
    • Task Force*
    • RTA Vaccine*
  • Health Threat
  • WEB Link

เฝ้าระวัง Omicron ระลอกใหม่

Field epidemiology
hEalth promotion
ฝีดาษลิง (Monkeypox)

องค์ความรู้ทางระบาดวิทยาภาคสนาม


Picture
Delay response to an outbreak and less opportunity for control.
Picture
Early response to an outbreak and early control a disease.
ตำราระบาดวิทยาของ WHO 

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ประเทศไทย อัพเดทรายวัน

Picture
Update สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ SARS-CoV-2 ในประเทศไทยรายวัน (กรมควบคุมโรค สธ.)
Picture
สถานการณ์การป่วยด้วยโรคโควิด-19 และการได้รับวัคซีนรายเขตสุขภาพ/รายภาค/รายจังหวัด
Picture
สรุปสถานการณ์รายวัน โดย กรม คร. 
สรุปสถานการณ์รายวัน โดย ECDC
สรุปสถานการณ์รายวัน โดย Worldometers
แนวทางการรักษาโรคโควิด 19 โดย กรมการแพทย์ สธ. 
คำแนะนำเกี่ยวกับ covid19 สำหรับประชาชน โดย กรมอนามัย สธ.
สถานการณ์การกลายพันธุ์ของ SARS-CoV-2 
SARS-CoV-2 variants in Thailand 
Picture
แผนรับมือการระบาด Omicron กรม คร.
Omicron variants
Omicron (B.1.1.529) Variant ถูกจำแนกได้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พ.ย.  2564 ที่ประเทศบอสวานา และ 14 พ.ย. 2564 ที่ประเทศแอฟริกาใต้  และ 10 วันต่อมา (24 พ.ย. 2564) ประเทศแอฟริกาใต้ได้รายงานองค์การอนามัยโลก ว่าพบ SARS-CoV-2 สายพันธุ์ใหม่นี้ ซึ่งไม่ได้เป้นลูกหลานของสายพันธุ์ก่อนหน้า แต่เป็นการวิวัฒนาการของไวรัสเป็นสายพันธุ์ที่ติดง่าย และเพาะบ่มในหลอดลมมากกว่าลงปอด ซ้ำร้ายยังสามารถหลีกหนีภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดีกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้า แต่อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อในผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว จะมีอาการแสดงน้อยกว่าผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน และมีรายงานว่า การฉีดวัคซีนโควิด 19 เข็มกระตุ้นจะเพิ่มประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงของโรคได้ 

สายพันธุ์ย่อย Omicron

Picture
Picture
BA.1 เป็นสายพันธุ์ย่อยแรกของ Omicron ที่ระบาดไปทั่วโลก  (98.5% of all Omicron sequences) มีการเปลี่ยนแปลงของกรดอะมิโนกว่า 30 ตำแหน่ง มีทั้งการขาดหายและการเติมเข้าใน gene (deletions and insertions) ของโปรตีนหนาม (Spike protein) ซึ่งการกลายพันธุ์หลายตำแหน่งนี้ ส่งผลให้ การทำงานของตัวรับของไวรัสในการติดเชื้อเข้าสู่เซลล์ของคน

BA.2 เป็นการกลายพันธุ์ใหม่ที่ต่างจาก BA.1 คือ การที่ไม่ปรากฎ การหายไป (deletion) ของ gene HV69-70 (ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของ BA.1) เมื่อ BA.2 ถูกนำมาถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมจากตัวอย่างผู้ติดเชื้อจากทั่วโลกแล้วทั้งสิ้น 10,811 ราย (<0.5%) พบในประเทศไทย 2 ราย(1%) กลายพันธุ์ต่างไปจากสายพันธุ์ดั้งเดิมอู๋ฮั่น ประมาณ 70-80 ตำแหน่ง  BA.2 นี้บางครั้งถูกเรียกว่า #สายพันธุ์ล่องหน (Stealth Variant)” เพราะสามารถตรวจ RT-PCR ได้ครบทั้ง 3 ยีนเหมือน Delta เนื่องจากสามารถตรวจพบยีน S ใน BA.2 ได้ด้วยชุดตรวจ RT-PCR ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป ทั้งนี้ ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ รพ.รามาธิบดี ใช้เทคโนโลยีจีโนไทป์ จึงไม่ประสบปัญหา S target failure (SGTF) สามารถพัฒนาให้ชุดตรวจตรวจจับทั้ง BA.1, BA.2, และ BA.3 และ Delta Alpha Beta Gamma ไปพร้อมกันได้ในหลอดเดียว (single tube reaction) ภายใน 24-48 ชั่วโมง ด้วยค่าใช้จ่ายที่ประหยัดกว่า อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนทางคลินิกว่ามีอาการรุนแรงกว่าโอไมครอนสายพันธุ์หลัก BA.1 หรือไม่ แต่คาดคะเนจากข้อมูลทางระบาดวิทยาว่าอาจแพร่ติดต่อได้เร็วกว่า Omicron BA.1 อยู่บ้าง

BA.3 มีการกลายพันธุ์ที่เป็นส่วนที่ร่วมของทั้ง BA.1 และ BA.2 เมื่อ BA.3 ถูกนำมาถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมจากตัวอย่างจากทั่วโลกประมาณ 86 ราย (0.5%) ยังไม่พบในประเทศไทย (not detected) กลายพันธุ์ต่างไปจากสายพันธุ์ดั้งเดิม อู๋ฮั่น ประมาณ 55-65 ตำแหน่ง

การคัดกรองทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้น เพื่อแยกสายพันธุ์ Delta และ Omicron ออกจากกันจะตรวจโดยวิธี RT-PCR 3 ตำแหน่งบน 3 ยีน โดย
1) Delta จะถูกตรวจด้วย RT-PCR ได้ครบทั้ง 3 genes
2) Omicron สายพันธุ์ BA.1 ตรวจด้วยชุดตรวจ RT-PCR ได้เพียง 2 ใน 3 genes เนื่องจากตรวจไม่พบ S gene หรือมี S target failure (SGTF) เนื่องจากมีการกลายพันธุเกิดการขาดหายไปของกรดอะมิโนตำแหน่งที่ 69-70 (del 69-70) บนโปรตีนหนามจนตัวตรวจจับ (PCR primers) จับ S gene ไม่ได้
เมื่อเปรียบเทียบการกลายพันธุ์ของ Omicron กับ สายพันธุ์อื่นๆที่ เป็น VOC/VOI 
Picture
น่าสนใจตรงที่ VOC/VOI ตัวอื่นๆ จะระบาดเป็นวงกว้างมาทดแทน Omicron ได้น่าจะต้อง
1) หลีกหนีภูมิคุ้มกันให้ได้ดีกว่า Omicron (มีการกลายพันธุ์ของ gene สีฟ้า เกือบครบทุก gene 20+ genes)
2) แพร่เชื้อได้ง่ายกว่า Omicron มากๆ (gene สีเขียว อย่างน้อย 5 genes)

ทั้งนี้ Omicron อาจจะกลายเป็น โรคประจำถิ่น ได้ในอนาคต แต่จะเป็นเช่นนั้น ก็ต่อเมื่อ เราไม่ได้เจอกับสายพันธุ์อื่นที่หลีกเลี่ยงการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของสายพันธุ์ก่อนหน้า ซึ่งจากรูป อาจจะมีความเป็นไปได้ ถ้าไม่มีสายพันธุ์ใดที่มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่า Omicron และธรรมชาติได้เลือกสรรแล้ว คงต้องรอติดตามเฝ้าดูกันต่อไป 

ช่องทางการติดตามข้อมูลโควิด 19 และวัคซีน

1. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) 
2. สำนักข่าว Health Focus 
3. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
4. รายงานความก้าวหน้าการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด 19 ในประเทศไทย
5. สถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิด 19 ทั่วโลก
Picture
Picture
Picture
Picture
Picture
Picture
Picture
Picture
Picture

คำแนะนำ/แนวทางสำคัญที่เกี่ยวข้อง

แนวทางการให้บริการวัคซีนโควิด 19 ในสถานการณ์การระบาด ปี 2564 ของประเทศไทย
แนวทางและคำแนะนำ COVID-19 กรมควบคุมโรค สธ.
COVID-free setting กรมอนามัย สธ.
คู่มือการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อ SARS-CoV-2 
แนวทางการเก็บสิ่งส่งตรวจหา SARS-CoV-2
หลักเกณฑ์และแนวทางการสอบสวนโรคโควิด 19
ความหลากหลายทางพันธุกรรมของ SARS-COV-2
จดหมายเหตุ covid-19 (30 มิ.ย. 63)
แนวทางการทำความสะอาด นอก รพ.
Picture
แนวทางการป้องกันควบคุมโรคโควิด19 ในศูนย์วิวัฒน์พลเมือง ทบ.

Bubble & Seal 

โดย กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม
กรมควบคุมโรค สธ.
1. แนวทางการควบคุมโรคโดยหลักการ Bubble and Seal
​2. มาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ Bubble and Seal
3. BB&S เพื่อการป้องกันโรค
4. BB&S เพื่อการควบคุมโรค

5 มาตรการหลัก 10 มาตรการสนับสนุน
เพื่อการป้องกันโควิด

Picture
Picture
Picture

สื่อนำเสนอที่เกี่ยวข้องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
Picture
slide covid-19 v.3 part 3 (updated 07022564)
Picture
slide covid-19 v.16 part 1 (updated 17042564)
Picture
slide covid-19 v.16 part 2.1 (updated 14042564)
Picture
slide covid-19 v.16 part 2.2 (updated 14042564)

วัคซีนโควิด-19 

Picture
Picture
Picture
Picture
Picture



สูตรการฉีดวัคซีนของประเทศไทย

รายงานความก้าวหน้าการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด 19 ในประเทศไทย
Picture
Picture
Picture
Picture
Picture
คำแนะนำการให้วัคซีนโควิด19 (21 มี.ค. 65)
File Size: 459 kb
File Type: pdf
Download File

แนวทางการให้วัคซีนโควิด 19 (1 ก.พ. 65)
File Size: 420 kb
File Type: pdf
Download File

หนังสือคำแนะนำการฉีดsinovacในเด็ก 6-17 ปี โดยคกก.โรคติดต่อแห่งชาติ
File Size: 602 kb
File Type: pdf
Download File

แนวทางวัคซีนโควิด Pfizer ฝาสีส้มสำหรับเด็ก5-11 ปี
File Size: 19119 kb
File Type: pdf
Download File

กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศสูตรวัคซีนที่ถูกรับรองและประกาศใช้เป็นทางการ ตามตามคำแนะนำของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค มติการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยการให้วัคซีนเข็ม 1  & 2 แบ่งตามกลุ่มอายุ และ การฉีดเข็มกระตุ้น (เข็ม 3 และ เข็ม 4) แบ่งตามสูตรที่ได้รับมาก่อน โดยมีระยะห่างระหว่างเข็ม รายละเอียดตามภาพข้างต้น
หมายเหตุ: การฉีดวัคซีนนอกสูตรที่กำหนด ให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เป็น mRNA vaccine ระยะห่าง 3 เดือนขึ้นไปจากเข็มที่ 2

คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ยังได้กำหนดแนวทางการให้วัคซีน Moderna ในประเทศไทย เมื่อ 4 พฤศจิกายน 64 ดังนี้
1. กรณีการฉีดวัคซีน Moderna 2 เข็ม กำหนดให้มีระยะห่าง 4 สัปดาห์
2. สามารถฉีดวัคซีน Moderna เป็นเข็มที่ 2 ของสูตรไขว้ต่างๆ ตามหลักการเดียวกับวัคซีน Pfizer ที่ใช้เป็นเข็มที่ 2 ได้
3. สามารถฉีดวัคซีน Moderna เป็นเข็มกระตุ้น ตามหลักการเดียวกับการใช้วัคซีน Pfizer เป็นเข็มกระตุ้นได้
4. สามารถฉีดวัคซีน Moderna สามารถฉีดเป็นเข็มกระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 ได้ในทุกสูตร 

บทความทบทวนวัคซีนโควิด รพ.รามา 15/02/64
File Size: 301 kb
File Type: pdf
Download File

แนวทางอาการไม่พึงประสงค์ ISRR 25 เม.ย. 2564
File Size: 728 kb
File Type: pdf
Download File

แนวทางการให้วัคซีนโควิด-19 สธ.
File Size: 3550 kb
File Type: pdf
Download File

คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับประชาชน
File Size: 11367 kb
File Type: pdf
Download File

Picture

การเปลี่ยนผ่านจาก Epidemic (โรคระบาด) สู่ Endemic (โรคประจำถิ่น) 
ควรพิจารณาตามองค์ประกอบสามเส้าทางระบาดวิทยาดังนี้​

Picture
Picture
1) Susceptible host (ผู้ที่มีภูมิไวรับต่อโควิด)
1.1) ต้องมีภูมิคุ้มกันเพียงพอ ซึ่งมาจากการฉีดวัคซีนได้จำนวนมากกว่า 90% (แปรผันตาม R0) และหรือ การติดเชื้อในประชากรของเรา ระดับภูมิคุ้มกันต้องมีมากพอที่จะไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรง หรือลดโอกาสติดเชื้อซ้ำ หรือลดโอกาสการแพร่เชื้อได้มากๆ หรือ ลดโอกาสที่เชื้อจะอยู่ในร่างกายได้นาน และร้อยละของคนมีภูมิต้องมากพอที่จะลดโอกาสการระบาดแล้วมีอาการรุนแรง (ไม่ใช่ป้องกันการระบาด เพราะป้องกันไม่ได้กับวัคซีนที่ไม่ได้ป้องกันโรค) ดังนั้น ในขณะที่วัคซีนโควิด 19 ยังป้องกันการติดเชื้อไม่ได้ดีนัก แค่ลดความรุนแรง ต้องเร่งนำเข้าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ เช่น วัคซีนแบบพ่น ประชาชนเข้าถึงง่าย มาใช้ร่วมด้วย
1.2) ต้องมีการประเมินระดับความร่วมมือในการดำเนินตามมาตรการหลักในการป้องกันการติดเชื้อด้วย (Universal prevention และ Covid-free setting) เพราะเป็นมาตรการหลักที่ตัดช่องทางการแพร่โรค หากไม่ได้รับความร่วมมือที่ดี >80% ของประชากร หรือ สถานบริการ ก็น่าจะเกิด epidemic ได้อีกเป็นครั้งคราว ใหญ่เล็กขึ้นกับลักษณะสถานบริการหรือกิจกรรมการรวมตัวกัน
1.3) ต้องมีการประเมินความเสี่ยงของประชากร โดยอาศัยข้อมูลทางระบาดวิทยาในพื้นที่ บริบททางสังคม วัฒนธรรมการดำเนินชีวิต หรือปัจจัยทางสังคมอื่นใดที่มาเอื้อให้ประชาชนมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสโรค

2 SARS-CoV-2 (เชื้อก่อโรคโควิด) (คาดเดาได้ยาก และต้องเฝ้าดูการกลายพันธุ์)
2.1) ต้องพิจารณาถึงอัตราการแพร่โรค (R0 หรือ transmission rate) ถ้าแพร่โรคได้มาก แต่ไม่รุนแรง ไม่เพิ่มภาระทางด้านสาธารณสุข ก็น่าจะรับได้ หาก แต่ถ้าแพร่โรคได้น้อยคน แต่รุนแรงก็ยากจะรับไหว
2.2) ต้องพิจารณาอัตราป่วยตาย (case-fatality rate) รวมถึงกลุ่มอายุที่มีความเสี่ยงในการเสียชีวิต และการได้รับวัคซีนในการลดความรุนแรงของกลุ่มอายุเสี่ยงนั้นด้วย ถ้าคนแก่เยอะ ไม่ได้รับวัคซีนมากหลายคน ติดเชื้อมานอนโรงพยาบาลกันมาก ตายกันเยอะ ก็ไม่น่าจะเป็นโรคประจำถิ่นในพื้นที่นั้นแล้วในระดับพื้นที่ แต่ถ้าในภาพใหญ่ ต้องมีมาตรการเฉพาะพื้นที่ลงไปจัดการด้วย
2.3) ต้องดูอุบัติการณ์ (Incidence) เพราะบอกความเสี่ยงของของโรค การเกิดโรคในพื้นที่นั้นๆ หากมากกว่าปกติที่เคยเป็นในช่วงใดช่วงหนึ่งของปี ก็ให้พิจารณาถึง ฤดูกาล กิจกรรมทางสังคมร่วมด้วย
2.4) การกลายพันธุ์ของเชื้อ ซึ่งแน่นอนว่าต้องไม่กลายพันธุ์แล้วมีความรุนแรงในการก่อโรคมากขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จำต้องเฝ้าดูต่อไป หากมีการระบาดก็ให้ประกาศเป็นการระบาดเฉพาะสายพันธุ์นั้น ในแง่ของไวรัสวิทยา [ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา กรุณาชี้แนะไว้] อีกประการคือ การวิวัฒนาการของสายพันธุ์ต้องเป็นในลักษณะ Selection (Imbalance phylogenetic tree) จึงจะเป็น endemic (รูปที่ 1A และ รูปที่ 2) เพราะการกลายพันธุ์ของไวรัสเป็นไปในลักษณะกลายพันธุ์รุ่นสู่รุ่น ติดง่ายและเร็วขึ้น แต่ความรุนแรงลดลง แต่หากเป็น No selection (Balance phylogenetic tree) (รูปที่ 1B และ รูปที่ 3)จะเป็นวิวัฒนาการที่คาดเดาได้ยากในธรรมชาติของเชื้อ ซึ่งอาจจะรุนแรงก็ได้   
2.5) การดำเนินโรคทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หากมีภาวะแทรกซ้อนที่ไม่คืนกลับ หรือ ทำให้ทุกข์ทรมานนาน ทั้งนี้อาจจะขึ้นกับสายพันธุ์ที่กลายไปด้วย ก็พิจารณาประกาศเป็นโรคระบาดเฉพาะสายพันธุ์นั้นๆ

3) Environment (สิ่งแวดล้อม)
3.1) ต้องมีการประเมินความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อม บริบททางสังคม วัฒนธรรมการดำเนินชีวิต หรือปัจจัยทางสังคมอื่นใดที่มาเอื้อต่อการสัมผัสโรค แม้นว่าประชากรจะมีการป้องกันตัวเองดีแล้ว ก็อาจจะสัมผัสโรคได้อีก ซึ่งถ้าควบคุมได้ การจะให้เป็นโรคประจำถิ่นก็ง่ายมาก ซึ่งไทยเราพยายามสร้างวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตแบบใหม่คือ New normal อยู่แล้ว แต่ถ้าประชาชนไม่ร่วมมือ (ข้อ 1.3) ก็ต้องบังคับใช้กฎหมายควบคู่ด้วย
3.2) การบังคับใช้กฎหมายทั้งระดับบุคคลและสถานบริการ องค์กร ชุมชน ยังจำเป็นในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะจะทำให้ข้อ 1) เป็นปัจจัยที่กำหนดจับวางได้ และ ข้อ 2) มีผลทางตรงกับประชากรที่มีความเสี่ยงไปทำให้เชื้อมันอยู่ในสังคมได้ลดลง (ผลทางอ้อมต่อเชื้อ) หากมีกฎหมาย หรือระเบียบข้อบังคับ ใดที่ช่วยลดการแพร่โรค

เมื่อโควิดเป็นโรคประจำถิ่นไปเสียแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น
1) ไวรัสยังคงอยู่กับเรา ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่อาจจะไม่ชุกชุมมากมายอย่างตอนระบาดเป็นวงกว้าง
2) ผู้ติดเชื้อจะยังคงมีอยู่ ในปริมาณที่ระบบสาธารณสุขสามารถรองรับได้
3) เมื่อทุกคนฉีดวัคซีนแล้ว การจัดการก็จะเหมือนกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล อาจจะมีผู้ป่วยก็จะเกิดขึ้นมากในหน้าฝน หน้าหนาว และจำนวนผู้ป่วยลดลงในหน้าร้อน
4) การรักษาพยาบาล น่าจะเอาอยู่ ลดความรุนแรง ลดการเสียชีวิต ได้ดีเหมือนอย่างในไข้หวัดใหญ่
5) ประชาชนอาจจะต้องระวังตัวมากขึ้นในการเคร่งครัดในมาตรการ โดยเฉพาะในฤดูการที่มีการระบาด เน้น Distancing; Masking; Hand washing; (ATK) Testing และ Vaccine อาจจะฉีดกันทุกปีต่อจากนี้
6) รัฐอาจจะไม่บังคับหรือเข้มงวดมากกับการบังคับให้ WFH หรือ การคัดกรองไข้และอาการ หรือ การจัดกิจกรรมรวมตัวกัน รวมถึงการสวมหน้ากากในที่สาธารณะ หรือขณะใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ
7) ประชาชนจะชั่งใจได้เองว่า จะป้องกันตนเองระดับไหน จะปฏิบัติตนอย่างไร ตามมาตรการที่เคยเรียนรู้มาก่อนหน้าในช่วงระบาดหนัก เช่น ลดการไปร่วมกิจกรรมการรวมตัวกับคนหมู่มาก เป็นต้น

บทความโดย ดร.นพ.ภพกฤต ภพธรอังกูร แพทย์ระบาดวิทยา 
Picture
รูปที่ 1
Picture
รูปที่ 2
Picture
รูปที่ 3
คำแนะนำ/ แนวทาง/ คู่มือที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19
แนวทางการเฝ้าระวังสอบสวนโรค (04/12/63)
File Size: 1413 kb
File Type: pdf
Download File

นิยาม PUI (15 เม.ย. 64)
File Size: 266 kb
File Type: pdf
Download File

แนวทางการตรวจแลปเดียวและการรายงานผล
File Size: 63 kb
File Type: pdf
Download File

แนวทางการใช้อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ PPE
File Size: 422 kb
File Type: pdf
Download File

เวชปฏิบัติเมื่อเจอผู้ป่วยจนส่งเข้าการรักษา
File Size: 289 kb
File Type: pdf
Download File

การบริหาร ระบบการตรวจแลป
File Size: 234 kb
File Type: pdf
Download File

หลักเกณฑ์และแนวทางจัดสถานที่ Quarantine
File Size: 568 kb
File Type: pdf
Download File

แนวทางเวชปฏิบัติ (28/01/64)
File Size: 220 kb
File Type: pdf
Download File

คู่มือ จนท.สธ.เพื่อตอบโต้ COVID-19
File Size: 11626 kb
File Type: pdf
Download File

คู่มือการจัด รพ.สนาม
File Size: 3202 kb
File Type: pdf
Download File

แนวทางการจัด Cohort ward
File Size: 715 kb
File Type: pdf
Download File

ตัวอย่าง Cohort ward
File Size: 544 kb
File Type: pdf
Download File

แนวทางการทำ state quarantine
File Size: 1703 kb
File Type: pdf
Download File

แนวทางการทำ local quarantine
File Size: 1667 kb
File Type: pdf
Download File

คำแนะนำการทำความสะอาด กรมอนามัย
File Size: 457 kb
File Type: pdf
Download File

การจ่ายค่าตรวจคัดกรอง covid19 สปสช.
File Size: 4695 kb
File Type: pdf
Download File

การตรวจหา COVID-19 ทางน้ำลาย
File Size: 8223 kb
File Type: pdf
Download File

แนวทางการตรวจ COVID ด้วยแอนติบอดี
File Size: 8008 kb
File Type: pdf
Download File

ข้อเสนอแนวทางการใช้ rapid antigen test.pdf
File Size: 183 kb
File Type: pdf
Download File

ข้อมูลชุดตรวจและน้ำยาสำหรับ covid-19 ที่ผ่านการ approved จาก อย.แล้ว
File Size: 519 kb
File Type: pdf
Download File

คำแนะนำ Work from home
File Size: 117 kb
File Type: pdf
Download File

การจัดการดูแลที่พักอาศัยในห้วงโควิด19
File Size: 92 kb
File Type: pdf
Download File

Proudly powered by Weebly
  • Bhophidem
  • Provider
    • Handouts* >
      • Infographic
  • Field Epidem
    • Dengue
    • COVID-19
    • ID in Hospital
    • *CD situation*
  • ICS100
  • Sanitation
  • Chronic disease
  • Heat Injury
  • *Army*
    • Task Force*
    • RTA Vaccine*
  • Health Threat
  • WEB Link