การออกกำลังกาย/กายบริหารที่ใช้ลงโทษ ที่ ทบ.กำหนด
|
|
ทบ. กำหนดไว้จำนวน 12 ท่ามาตรฐานดังนี้
ท่าที่ 1 ยกเข่าบิดลำตัว Knee raise body twist ท่าที่ 2 นอนปั่นจักรยานยกแขน Arm Leg bicycle ท่าที่ 3 กระดานคว่ำ Plank ท่าที่ 4 ลุกนั่งบิดลำตัว Russian twist ท่าที่ 5 ก้าวย่อ Lunge ท่าที่ 6 นอนตะแคงตั้งศอกยกขา Side plank leg raise ท่าที่ 7 กระโดดตบ Jumping jack ท่าที่ 8 ดันพื้น Push up ท่าที่ 9 ดันพื้นละมือกางแขน Push up hand release ท่าที่ 10 แมงมุมแตะสลับ Spider man ท่าที่ 11 ปีนเขา Mountain climber ท่าที่ 12 วิ่งยกเข่าสูง Hight knee running in place |
ระบาดวิทยาของ Exertional heat-related illness
จากวารสารทางการแพทย์ Epidemiology of Exertional Heat Illness in the Military: A Systematic Review of Observational Studies. Int. J. Environ. Res. Public Health 2020, 17, 7037. ผลการทบทวนวรรณกรรมจำนวน 41 การศึกษาพบว่า อุบัติการณ์การเกิดการเจ็บป่วยจากความร้อนจากการออกกำลังกาย อยู่ระหว่าง 0.2 - 10.5 per 1000 person-years และ ความชุกของการเจ็บป่วยจากความร้อนจากการออกกำลังกายอยู่ระหว่าง 0.3% - 9.3%
ทั้งนี้ ปัจจัยภายในที่สำคัญ (Intrinsic risk factors) ได้แก่ เพศ ระดับความฟิตของร่างกาย โรคอ้วน ประวัติความเจ็บป่วยจากความร้อนมาก่อน และแรงจูงใจ สำหรับปัจจัยภายนอก (extrinsic factors) ที่สำคัญคือ สิ่งแวดล้อมที่ร้อน และ หน่วยที่สังกัด
ทั้งนี้ ปัจจัยภายในที่สำคัญ (Intrinsic risk factors) ได้แก่ เพศ ระดับความฟิตของร่างกาย โรคอ้วน ประวัติความเจ็บป่วยจากความร้อนมาก่อน และแรงจูงใจ สำหรับปัจจัยภายนอก (extrinsic factors) ที่สำคัญคือ สิ่งแวดล้อมที่ร้อน และ หน่วยที่สังกัด
ผลการเฝ้าระวังทางสุขภาพในกองทัพบกสหรัฐอเมริกา จากวารสาร Journal of Science and Medicine in Sport 24 (2021) 975–981 พบว่า มีอุบัติการณ์โดยภาพรวม Exertional Heat exhaustion = 1.5 per 1000 person-years และ Exertional Heat Stroke (EHS) = 0.37 ต่อ 1000 person-years โดยมีอุบัติการณ์ในผู้ชาย 0.40 > ผู้หญิง 0.23 ต่อ 1000 person-years
ทั้งนี้ พบว่า พลทหาร (อายุ ≤ 20 ปี) มีอัตราอุบัติการณ์ของ EHS > กำลังพลส่วนอื่นๆ
เมื่อเปรียบเทีบกับเหล่าทัพอื่นพบว่า นาวิกโยธิน (0.72 ต่อ 1000 person-years) และ กองทัพบก (0.67 per 1000 person-years) มีอุบัติการณ์ มากกว่า กองทัพอากาศ (0.08 per 1000person-years) และกองทัพเรือ (0.04 per 1000 person-years) อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ พบว่า พลทหาร (อายุ ≤ 20 ปี) มีอัตราอุบัติการณ์ของ EHS > กำลังพลส่วนอื่นๆ
เมื่อเปรียบเทีบกับเหล่าทัพอื่นพบว่า นาวิกโยธิน (0.72 ต่อ 1000 person-years) และ กองทัพบก (0.67 per 1000 person-years) มีอุบัติการณ์ มากกว่า กองทัพอากาศ (0.08 per 1000person-years) และกองทัพเรือ (0.04 per 1000 person-years) อย่างชัดเจน
เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยจากความร้อน
| Heat related illness 2025 v.2 | |
| File Size: | 29948 kb |
| File Type: | |
| ประกาศ พบ. การเจ็บป่วยจากความร้อน 30 เม.ย. 67 | |
| File Size: | 2036 kb |
| File Type: | |
| ตัวอย่างการเขียนรายงานสอบสวนเบื้องต้นโรคลมร้อนในทหารใหม่.docx | |
| File Size: | 58 kb |
| File Type: | docx |
| แบบสอบสวนโรคลมร้อนทหารใหม่ | |
| File Size: | 45 kb |
| File Type: | docx |
| แบบคัดกรองปัจจัยเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากความร้อนจากการฝึก | |
| File Size: | 23 kb |
| File Type: | docx |
การติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในสิ่งแวดล้อม
Dry-Wet Bulb Thermometer/ Hygrometer เป็นเครื่องมือวัดความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ แบบเรียบง่าย
1. Dry Bulb Temperature หรือ อุณหภูมิกระเปาะแห้ง ทำหน้าที่วัดอุณหภูมิทั่วไป ไม่ได้อยู่ภายใต้ผลกระทบของความชื้นในอากาศ
2. Wet Blub Temperature หรือ อุณหภูมิกระเปาะเปียก ทำหน้าที่วัดอุณหภูมิเหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงที่ Wet Blub Temperature จะถูกหุ้มด้วยผ้าเปียก เมื่อมีอากาศผ่านตัววัดอุณหภูมิที่ถูกคลุมด้วยผ้าเปียกน้ำก็จะระเหยออกไปพร้อมกับความร้อน
ข้อดี
1) มีราคาประหยัด
2) ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า
3) ความคลาดเคลื่อนน้อย
ข้อเสีย
1) ไม่สามารถบอกค่าได้อย่างละเอียดแม่นยำ
2) ต้องใช้การอ่านค่าด้วยตนเอง
3) ไม่เหมาะกับการใช้งานในอุตสาหกรรม หรืองานที่ต้องการความละเอียดแม่นยำ
ข้อพิจารณาสำหรับ กระเปาะเปียก หุ้มด้วยผ้าผูกโยงไปยังแท็งค์เก็บน้ำ ต้องให้น้ำซึมจนถึงผ้าก๊อซ
- ถ้าในอากาศ มีไอน้ำน้อย หรือ อากาศแห้ง น้ำที่ผ้าจะระเหยออกมามาก ทำให้อุณหภูมิของกระเปาะเปียกลดลง จึงอ่านค่าได้ต่ำกว่ากระเปาะแห้ง
- เมื่ออากาศ มีไอน้ำมาก หรือ มีความชื้นสูง อากาศโดยรอบจะไม่สามารถรับไอน้ำไว้ได้อีก น้ำที่ผ้าจึงไม่มีการระเหยหรือระเหยได้น้อยมาก ค่าที่อ่านได้จากกระเปาะเปียกและกระเปาะแห้งทั้ง 2 จึงใกล้เคียงกัน
- กรณีที่พึ่งใส่น้ำในแทงค์เก็บน้ำ, มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งเครื่องวัดไว้ อย่างน้อย 30นาทีก่อนอ่านค่า หากใส่น้ำแล้วติดตั้งเครื่องวัด อ่านค่าทันที จะได้ค่าอุณหภูมิจากกระเปาะเปียกที่ไม่ถูกต้อง
- ผลต่างของอุณหภูมิกระเปาะแห้งกับ อุณหภูมิกระเปาะเปียก ก็คือ ค่าความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity หรือ RH)
- ถ้า #ผลต่างน้อย หมายความว่าในอากาศมีปริมาณน้ำหรือความชื้นน้อย
- ถ้าหากอุณหภูมิกระเปาะแห้ง กับ อุณหภูมิกระเปาะเปียก มีค่าเท่ากัน RH จะเท่ากับ 100% หมายความว่าในอากาศเต็มไปด้วยไอน้ำ จนไม่สามารถกักเก็บน้ำหรือไอน้ำได้อีก
1. Dry Bulb Temperature หรือ อุณหภูมิกระเปาะแห้ง ทำหน้าที่วัดอุณหภูมิทั่วไป ไม่ได้อยู่ภายใต้ผลกระทบของความชื้นในอากาศ
2. Wet Blub Temperature หรือ อุณหภูมิกระเปาะเปียก ทำหน้าที่วัดอุณหภูมิเหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงที่ Wet Blub Temperature จะถูกหุ้มด้วยผ้าเปียก เมื่อมีอากาศผ่านตัววัดอุณหภูมิที่ถูกคลุมด้วยผ้าเปียกน้ำก็จะระเหยออกไปพร้อมกับความร้อน
ข้อดี
1) มีราคาประหยัด
2) ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า
3) ความคลาดเคลื่อนน้อย
ข้อเสีย
1) ไม่สามารถบอกค่าได้อย่างละเอียดแม่นยำ
2) ต้องใช้การอ่านค่าด้วยตนเอง
3) ไม่เหมาะกับการใช้งานในอุตสาหกรรม หรืองานที่ต้องการความละเอียดแม่นยำ
ข้อพิจารณาสำหรับ กระเปาะเปียก หุ้มด้วยผ้าผูกโยงไปยังแท็งค์เก็บน้ำ ต้องให้น้ำซึมจนถึงผ้าก๊อซ
- ถ้าในอากาศ มีไอน้ำน้อย หรือ อากาศแห้ง น้ำที่ผ้าจะระเหยออกมามาก ทำให้อุณหภูมิของกระเปาะเปียกลดลง จึงอ่านค่าได้ต่ำกว่ากระเปาะแห้ง
- เมื่ออากาศ มีไอน้ำมาก หรือ มีความชื้นสูง อากาศโดยรอบจะไม่สามารถรับไอน้ำไว้ได้อีก น้ำที่ผ้าจึงไม่มีการระเหยหรือระเหยได้น้อยมาก ค่าที่อ่านได้จากกระเปาะเปียกและกระเปาะแห้งทั้ง 2 จึงใกล้เคียงกัน
- กรณีที่พึ่งใส่น้ำในแทงค์เก็บน้ำ, มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งเครื่องวัดไว้ อย่างน้อย 30นาทีก่อนอ่านค่า หากใส่น้ำแล้วติดตั้งเครื่องวัด อ่านค่าทันที จะได้ค่าอุณหภูมิจากกระเปาะเปียกที่ไม่ถูกต้อง
- ผลต่างของอุณหภูมิกระเปาะแห้งกับ อุณหภูมิกระเปาะเปียก ก็คือ ค่าความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity หรือ RH)
- ถ้า #ผลต่างน้อย หมายความว่าในอากาศมีปริมาณน้ำหรือความชื้นน้อย
- ถ้าหากอุณหภูมิกระเปาะแห้ง กับ อุณหภูมิกระเปาะเปียก มีค่าเท่ากัน RH จะเท่ากับ 100% หมายความว่าในอากาศเต็มไปด้วยไอน้ำ จนไม่สามารถกักเก็บน้ำหรือไอน้ำได้อีก